วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ท่องเที่ยววิถีชุมชนกับเรา Rice Cultivation

หลังจากที่เราได้วางแผนการโยกกล้ากันไปแล้ว
เราก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่พวกเราได้วางแผน 
นั่นก็คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม

วันนี้หลายคน หรือเด็กรุ่นใหม่ อาจยังไม่เห็น
วิธีการทำนาในสมัยก่อน หรือสมัยนี้ก็ตาม
เขาทำกันยังไงนะ แต่ละขั้นตอน มีขั้นตอนอะไรบ้าง
แล้วช่วงเวลาว่าง ๆ เกษตรกรทำอะไรกันบ้าง

จึงเป็นที่มาของการท่องเที่ยววิถีชุมชนของชาวนา 
ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม  ที่ได้มาเห็นวิถีชีวิตของชาวนา
การทำเทือก การไถดะ การเพราะปลูกนาข้าว การโยน การดำนา
หรือแม้แต่การเก็บเกี่ยวผลิตทางการเกษตร หรือภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า 

 (Rice Cultivation)   วันนี้เราเลยนำภาพและกิจกรรมมาฝาก หลังจากที่เราได้
จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปแล้ว ครั้งที่ผ่านมา
ซึ่งก็เป็นที่สนุกสนานเราและลูกค้า ได้มาเรียนรู้วิถีการทำนาโยนครั้งแรกที่บ้านเรา
และเป็นครั้งแรกของหลายคนที่ได้ลงไปทำนากับชาวนาตัวจริง
ได้เรียนรู้ พูดคุยกับชาวนา ได้เห็นการทำนา แบบ หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน 
แดดร้อน เปรีี้ยง ๆ กลางนา เห็นแล้ว ทำให้เรารู้คุณค่าของชาวนาเลยค่ะ
กว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดนั้น ยากลำบากมาก...แบบนี้ถ้าลูกโตขึ้น
ก็อยากสอนให้ลูกได้เห็นคุณค่าของชาวนา และ เมล็ดข้าวที่กว่าจะได้มา
นั้นยากลำบากมาก ต้องฝ่าฝน ฝ่าแดด มา..ฉนั้นอาชีพชาวนา เราต้องยกย่องและเชิดชูไว้เลย 
เหมือนที่เขาบอก ชาวนา คือ กระดูกสันหลังของชาติ ...อันนี้แม่ข้าวสวยเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ

เกริ่นมาตั้งนาน..ไปดูภาพกิจกรรมที่เราได้เก็บภาพมาฝากกันนะค่ะ
จากเมล็ดข้าว สู่ต้นกล้านาโยน 

เพราะมากล้ามา 10 กว่าวัน จนมาถึงวันนี้ วันที่ต้นกล้าข้าวจะได้กระโดดลงนา เอ้ยไม่ใช่                    โยนลงในปลงนา


ช่วยกันขนลง เตรียมแปลงกันแดดร้อนจร้าแบบนี้เลย

กล้าข้าวพร้อมโยนแล้วจร้า

หนูขาเรียวสวยมั๊ยค่ะ 

เอ้าหนึ่งสองสาม โยน

น้าที่ทำนา บอกเรา ว่า ดึงออกมาจาก ประมาณนี้ แล้ว สะบัดข้อมือ โยนให้สูง ๆ ไปด้านหน้า ต้นกล้าข้าว จะดิ่งลงนาเอง 

ฟิ้วๆๆ เหมือนเครื่องบินไอพ่นเลยนะ

ลูกค้าเราใจกล้า บุกเดี่ยว กลางนา

เก็บภาพไว้ค่ะ นาข้าวของแตน
แชะ ข้าวกับหนูใครสวยกว่ากันค่ะ 
เสร็จแล้วปักจองใครเป็นเจ้าของนากันบ้าง 

ขอบคุณลูกค้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โยนรักลงแปลงนานะค่ะ

สำหรับกิจกรรมรอบต่อไป จะเป็นกิจกรรมอะไร
โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารกันได้นะค่ะ
แล้วแม่ข้าวสวย ชาวนารุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ หัวใจเกษตรพอเพียง
จะมาส่งข้อมูลข่าวสาร และอัพเดทกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบนี้ให้กับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยว วิถีชุมชมเกษตร
ส่วนใครที่สนใจอยากมาร่วมกิจกรรม โยนกล้า กับเราอีก
ติดตามแม่ข้าวสวย ได้ที่ Facebook  Sirion bunsiri
 จะลงข้อมูลไว้ให้เป็นระยะนะค่ะ

วันนี้..ต้องกล่าวขอบคุณและสวัสดีจร้า
แม่ข้าวสวย คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับเกษตรคนรุ่นใหม่ ได้ที่นี่ นะค่ะ
Yongfarmer.blogsport.com


วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ขั้นตอนการทำนาโยน ครั้งแรกบ้านเรา


ปรกติบ้านเราจะทำนา ก็จะหว่านบ้าง ดำบ้าง และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะทำนาโยนกัน
ตามที่ศึกษาขอมูลมา ก็จะมีขั้นตอนดังนี้

.วางแผนการเพราะกล้าข้าว เนื่องจากเราจะโยนในวันที่ 25 นี้ 
การเพราะกล้าข้าวก็ทำต้องก่อน 10-15 วันก่อนการไปโยน

1 เตรียมพื้นที่สำหรับวางถาดก่อน บ้านเราทำนารอบนี้ 2 ไร่ สำหรับพื้นที่นาโยน เป็นแปลงทดลองดูก่อน ซึ่งพื้นที่ที่วางถาดนี้สำคัญมาก เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมดา แต่พื้นที่ไม่เท่ากัน ก็มีผลต่อการงอกของเมล็ดข้าว ดังนั้น พื้นที่ในการวางถาดสำคัญมาก วันนี้บ้านเราทำนา 2 ไร่  ใช้ถาด 200 ถาด  ใช้เมล็ดพันธ์เพียง 7 กิโลกรัม เท่ากับ นาหนึ่งไร่ เราใช้เมล็ดพันธ์เพียง 3 กิโลกว่า ๆ เท่านั้นเอง


2 นำดินที่ร่อนมาก่อนหน้านี้ มาโรยลงในถาดข้าว ใช้มือในการโปรยหว่าน ให้เกือบเต็มถาด  การนำดินลงไปในถาด เมื่อเตรียมดินที่ร่อนแล้วใส่ในถาด แล้วปาดให้หน้าให้เสมอกัน


3. การหยอดข้าวมีสองวิธี คือ หยอดแบบแห้ง กับหยอดแบบข้าวแช่น้ำ ถ้าหยอดแบบแห้ง เราก็สามารถหยอดได้เลย หลังจากที่เราได้โปรยดินลงไปถาดแล้ว วิธีการหยอด ก็เหมือนกับโปรยดิน คือ โปรยจากความสูงระดับที่เรายืนปรกติ โดยโปรยให้ทั่ว ๆ 

 และในกรณีถ้าเราหยอดแบบข้าวแช่น้ำก่อน  


3.1 นำข้าวไปแช่ในน้ำ (แช่ 1 คืน หุ้ม 1 คืน หรือข้าวแห้ง) อัตราประมาณ 3-4 กก.ต่อ 50-60 ถาด (ต่อไร่)เพื่อให้เมล็ดข้าวงอก
3.2 นำถาดพลาสติกมาวางกับพื้นที่ ที่เตรียมไว้ พื้นที่ต้องเสมอกัน โดยวางเป็นแถวตอน 2-4 แผ่น (แล้วแต่ความสะดวกในการปฏิบัติงาน) หว่านดินไปก่อนประมาณ 50-70%  เตรียมดินที่รอ่นแล้ว ใส่ในถาด เพื่อรอเมล็ดที่เราแช่ไว้ เพื่อนำมาหยอด 

3.3 นำเมล็ดข้าวที่แช่แล้ว นำลงมาหยอด  


4. การใช้วัสดุคลุมเพื่อรักษาความชื้น สามารถใช้สแลนดำ ความหนา 60-80 แต่ถ้าให้ดี ก็เป็นกระสอบข้าวที่ไม่ใช้แล้วดังรูปดีที่สุด เพราะการรดน้ำจากสายยางหรือฝักบัว ข้าวที่หว่านแล้วจะได้ไม่กระเด็น  แถมยังรักษาความชื้นได้เป็นอย่างดี





5.การให้น้ำระยะแรก ๆ ต้องให้ฝอยละเอียด ระวังอย่าให้เมล็ดข้าว กระเด็น หรือให้น้ำแบบท่วมพื้นแปลง เพราะน้ำจะซึมเข้าก้นถาดหลุมเอง ให้รักษาความชื้นจนกว่าข้าวงอก หากมีฝนตกให้หาวัสดุหรือกระสอบป่านเก่ามาคลุมจนกว่ารากจะงอก วิธีนี้สามารถเพาะเมล็ดในร่มและย้ายถาดไปที่ที่เตรียมไว้ พอข้าวกล้าอายุ 12-16 วัน สามารถนำไปโยนได้ทันที ความยาวต้นกล้าประมาณ 3-5 นิ้ว ซึ่งก็แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุเพาะ ใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 12-15 ตารางเมตรต่อ 50-60 ถาด หว่านได้ 1 ไร่   วิธีเพาะกล้าแบบแห้งนี้ ได้คิดค้นวิธีหยอดเมล็ดพันธุ์ที่แม่นยำ สามารถควบคุมดินและเมล็ดพันธุ์ตามต้องการได้ เป็นอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดได้ 


รถน้ำให้ชุ่ม ๆ เช้า เย็น  แต่เราโชคดี ช่วงนี้หน้าฝน แทบไม่ต้องรดน้ำเลย ฝนตกทุกวัน



ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ตั้งแต่เพราะกล้ามา รดน้ำแค่ 2 วัน เอง 

นอกนั้น เทวดาเลี้ยง ฝนตกชุ่มฉ่ำทุกวัน 




วันที่สามเปิดดูกล้าเริ่มงอกแล้ว

วันที่ 4 กล้าทะลุกระสอบ 

กล้าข้าวกำลังทะลุกระสอบออกมาดูโลก




วันที่ 5 เปิดกระสอบออก เดี่ยวกล้าจะทะลุกระสอบแล้วดึงข้าวออกไม่ได้ 

ดูจากเปอร์เซนต์การงอก ถือว่า 99'99 % เลยทีเดียว




2.ขั้นตอนการเตรียมแปลง  ก่อน ทำนาให้พักแปลงนาให้แห้งอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ข้าววัชพืชพ้นระยะพักตัว หรือให้เมล็ดข้าววัชพืชที่ร่วงในนาก่อนนี่พร้อมที่จะงอกให้มากที่สุด   บ้านเราแช่น้ำเพื่อย่อยตอซังข้าวด้วย ซึ่งบ้านเราจะไม่เผาฟาง ไม่ควรพ่น สารเคมีกำจัด แต่ให้ไถกลบทุบเป็นปุ๋ยไปเลย... ควรล่อวัชพืชอย่างน้อย 1 ครั้งขึ้นไป   ต่อจากนั้น ให้ไถเตรียมดินเหมือนนาดำ หรือนาหว่านน้ำตมทั่วไป 
แปลงที่ไถและทำเทือกไว้ รอ งานวันโยนกล้า 


3.ขั้นตอนการโยนต้นกล้า ขณะ ที่โยนต้นกล้าในแปลงควรมีน้ำขลุกขลิกเล็กน้อย วิธีโยน ให้เดินถอยหลังโยนกำมือละ 5-15 หลุม โดยตวัดหงายมือโยนต้นข้าวขึ้นสูงกว่าระดับศีรษะ ต้นกล้าจะกระจายตัวพุ่งลงตั้งตรงหรือเอนเล็กน้อย สำหรับถาดเพาะให้วางบนท่อนแขนครั้งละหลาย ๆ แผ่นแล้วแต่จะรับไหว หากเห็นว่าต้นข้าวห่างเกินไปให้โยนเพิ่มเติมได้ วิธีโยนสามารถนำอุปกรณ์คล้ายเรือลงไปในแปลงนาได้ เพื่อให้สามารถใส่ถาดเพาะครั้งละมาก ๆ และสะดวก ในการโยน เกษตรกร 1 คน โยนต้นกล้าได้ 3-5 ไร่/วัน หลังจากหว่าน 1-2 วัน ให้เติมน้ำทันทีและเพิ่มระดับน้ำขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 5-10 เซนติเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพควบคุมข้าววัชพืชและวัชพืชได้ดีมาก
กล้าข้าวหลังจากเพราะมากว่า 10 กว่าวัน กล้าข้าวสวยงามดีมาก

วันนี้มีคนมาช่วยโยนกันเยอะมาก แชะเก็บภาพไว้ซะหน่อย







เริ่มโยนกันแล้ว 

สาว ๆ หนุ่ม โยนกันด้านบน แบบไม่กล้าลงไปในนา

ว้าว ๆ โยนลงไปแล้ว

เด็กนักเรียนมาโยนกล้ากับนาบ้านเรา สนุก ได้เรียนรู้ จนไม่อยากกลับ ตัวดำ แต่ได้ประสบการณ์ 

จะมา Update ภาพกิจกรรมเรื่อยๆ นะค่ะ ใครสนใจร่วมกิจกรรมการโยนนา กับเรา หรือสนใจสอบถามเกี่ยวกับการทำนาโยน หรือสนใจการเรียนรู้กว่าจะมาเป็นข้าว ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ก็เขียนไว้ได้เลยนะค่ะ แม่ข้าวสวย ในฐานะสะใภ้ชาวนา ก็จะเรียนรู้และนำมาความรู้มาเขียนลงเวบจร้า 
แม่ข้าวสวยไม่ใช่ชาวนาตัวจริง อาจจะไม่เก่ง แต่แม่ข้าวสวยก็ศึกษาและเรียนรู้ไปกับชาวนาค่ะ เพราะแม่ข้าวสวยไปขายข้าวเอง สีข้าวเอง แพคข้าวเอง ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการตอบคำถามลูกค้า เลยต้องลงมาทำนาด้วยตัวเองบางส่วน เรียกว่า มาเรียนรู้กับลุง ๆ น้า และก็ชาวนาตัวจริงกันจร้า...
แม่ข้าวสวย สะใภ้ชาวนา คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง หรือสนใจมาเยี่ยมชมแปลงนา ก็สามารถสอบถามกันได้ที่ line id aongor หรือจะสนใจสั่งพันธ์ข้าวเอาไว้ปลูกก็มาซื้อถึงบ้านกันได้ที่ 
41 หมู่ 16 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีนาข้าวและพันธ์ข้าวให้ดูและสอบถามกันได้ตลอดจร้า



เขียนและเล่าเรื่องโดย แม่ข้าวสวย คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง Young smart farmer 58


ขอบคุณที่มาจาก https://sites.google.com

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อากงสอนสวย



รถกระแทะบ้านเรา นอกจากยามเย็น โกวจะขับไปดูนาทุกเย็นแล้ว ในช่วงที่ข้าวเราเติบโต อากงในวัย 74

อากงวัย 74 ปีแล้ว สุขภาพแข็งแรง ออกไปดูนาทุกวัน ในภาพอากงเป็นคนที่ฉีดบิวเวอรี่ด้วยตนเองในนาข้าวไรซ์เบอรี่ 


 ยังออกไปพ่นบิวเวอรี่ด้วยตัวเองทุกครั้ง อากงสวย เป็นคนจีน สมัยก่อนกงเป็นช่างทำทอง 
แต่ด้วยบ้านเรามีพื้นที่ทำนา อากงผันตัวจากช่างทำทอง มาเป็นชาวนา
อากงสอนสวย

อากงบอกว่า ฉันก็ทำไม่เป็น แต่ก็ค่อยลองผิดลองถูกมาทำนาไรซ์เบอรี่ครั้งแรก แรก ก็ไม่รู้จะทำยังไงไปดูเขาทำ แล้วก็มาลองทำดูหลายครั้งที่เราพบกับปัญหาถูกหลองซื้อพันธ์เมล็ดข้าวหมดเงินค่าแรงข้าวดีดีเป็นแสนแสนทั้งข้าวดีด

 ข้าวไม่ดำ หนูบ้าง เพลี้ยงบ้าง ฯลฯ

แต่ไม่ใช่ปัญหาที่อากงท้อ

อากงสอน..เรา 

ภาพชาวนากำลังถอนกล้านาดำ 

ทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา..ฉันไม่เคยท้อเลยฉันสนุกกับมัน...

เมื่อมีปัญหาจะมีทางออกให้เราแก้ไขเสมอ


ผู้มีประสบการณ์เล่าขานเรื่องการดำรงชีวิต ผ่านคำพูด ฉันกับเธอ
ฟังอากงสอนสวย สอนแม่ข้าวสวยด้วยแล้ว...อยากให้มาเจอตัวจริง

อากง ปราชญ์ไรซ์เบอรี่ ตัวจริง เสียงจริง ที่คลองสี่..

อากงกิมหงวน ช่างทองคลองสี่

อากงกับน้องหมวยในรายการ คุยขโมงบ่ายสามโมง ตอนการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่


วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ขั้นตอนการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ ฉบับชาวนาเงินล้าน

สวัสดีตอนนี้เข้าสู่เดือนที่พฤษภาคมกันแล้ว หลายบ้านคงเริ่มทำนากันแล้ว

บ้านเราก็เริ่มเช่นกัน ได้ทำเทือกกันไปก่อนหน้านี้่หลายวัน
หลังจากทำเทือก ก็ไถ เพื่อให้ดินในนาเป็นเลน 
นาเราไม่เผาฟาง เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ เป็นนาสิ่งแวดล้อมนะบ้านเรา
เห็นมั๊ยเวลาที่เผาฟาง จะมีกลุ่มควันขึ้นไปบนท้องฟ้า อาจทำให้เกิด
  ปรากฏการเรือนกระจกได้ 

 เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน และมีเทนที่เกิดขึ้นในปริมาณมาก เนื่องจากการกิจกรรมอันหลากหลายของมนุษย์ เมื่อได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์มีพลังงานสูงทะลุผ่านชั้นก๊าซเรือนกระจก เมื่อผิวโลกร้อนขึ้นจะคายพลังงานความร้อนในรูปของรังสีอินฟาเรด ซึ่งมีพลังงานต่ำไม่สามารถทะลุผ่านชั้นก๊าซเรือนกระจกออกไปได้ ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น คาดว่าอีกประมาณ 100 ปีข้างหน้าอุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้น 1- 5 องศาเซลเซียส ส่วนใหญ่ก๊าซที่ทำให้เกิดชั้นเรือนกระจก ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกได้ถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่ ดังสมการ ที่ว่ามา 

(ขอบคุณที่มา http://school.obec.go.th/padad/scien32101/Matter/2Matter.html)

เอาล่ะมาว่าด้วยขั้นตอนการทำนาไรซ์เบอรี่ 
จาก ศูนย์การเรียนรู้บ้านลุงกิมหงวน กันจร้า 

1สูบน้ำเข้านาใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วยเข้มข้น หมักไว้สิบวัน เพื่อย่อยสลายฟา่งข้าวในนา

2.แช่พันธุ์ข้าวในน้ำผสมฮอร์โมนไข่ กับจุลินทรีย์หน่อกล้วย ช่วงเวลาเย็นถึงเย็น 24ชม(ห่อพันธุ์ข้าวใส่ผ้าหรือแช่ทั้งกระสอบ) ขั้นตอนต่อไป ยกขึ้นจากน้ำให้น้ำไหลออกให้หมด ใส่ถังปิดฝา โดยเปิดผ้าที่ห่อหรือเปิดปากกระสอบออก เปิดฝาถังพรมน้ำ3เวลา เช้า กลางวัน เย็น ระยะเวลา 2วัน รองก้นถังภายในไม่ให้ข้าวแช่น้ำก้นถัง (ถ้าเป็นกระสอบตั้งไว้พื้นซีเมนต์ เอาเต้นท์ผ้าใบคลุม และเปิด ราดน้ำ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ระยะเวลา 2วัน)
3ตกกล้า20วันแล้วทำการดำนา
4.ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเมื่อข้าวแตกกอ และครั้งที่สองเมื่อข้าวเริ่มตั้งท้อง 
5ก่อนข้าวตั้งท้อง ฉีดพ่นฮอร์โมนไข่และเชื้อบีที ที่หมักเอง
6ฉีดพ่นเชื้อบิวเวอเลียเพื่อป้องกันหนอนม้วนใบ
7.เก็บข้าวดีด โดยใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยว ออกจากแปลงนา เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ 
ไม่มีข้าวดีปนมากับข้าว
8ฉีดพ่นฮอร์โมนไข่เมื่อข้าวออกรวงหมดแล้ว และตรวจดูแลจนเก็บเกี่ยว130วัน 
จนกว่า สีข้าวเปลือกเปลี่ยนสีจากสีม่วงเข้มเป็นสีเหลืองคล้ำ  ก็เก็บเกี่ยวได้

ภาคกลางปลูกไรซ์เบอรี่ เมล็ดข้าวจะมีสีม่วงคล้ำดำสู้ทางภาคเหนือไม่ได้ แต่จะได้ปริมาณน้ำมัน รำข้าวมากกว่า 


เคล็ดลับจากนาบ้านลุงกิมหงวน ช่างทองคลองสี่ หรืออากงของพวกเรา
  
การกำจัดหญ้าอีกวิธี ที่ทดลองมาแล้วที่นาตัวเอง เมื่อข้าวในนาตั้งต้นได้ดีแล้วประมาณ 8 วัน 
ให้ปล่อยน้ำเข้านาให้ท่วมยอดข้าว  ถ้าหญ้าโตสูงกว่าก็ให้ท่วมหญ้าเลยครับ ขังทิ้งไว้ 4วันเต็มๆ
 ก็ปล่อยน้ำออกได้แล้วครับ 
(ต้นข้าวสามารถอยู่ในน้ำได้ 10 วันโดยไม่ตายในน้ำใส) 

การป้องกันนก กินข้าวปลูกเมื่อว่านลงแปลงนา ให้นำข้าวปลูกแช่กับ
น้ำบอระเพ็ดชิมดูให้ขมจัดๆ ก็ใช้ได้

การป้องกันแมลงที่รบกวนข้าว นอกจากบอระเพ็ดแล้วที่ต้องฉีด ถ้ามีแมลงมาใข่ลงใบข้าว 
ให้นำพริกแกงหนึ่งกิโล มาละลายน้ำ 5ลิตร กรองเอากากพริกแกงออก 
นำน้ำพริกแกงที่ได้ 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10ลิตรฉีดพ่นข้าว








บ้าน๑๐๐๐ ไม้ Cafe&farm

บ้าน๑๐๐๐ไม้ คาเฟ+ฟาร์ม ร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอสามโคก  ร้านกาแฟชิคๆที่มีความน่ารักบวกด้วยการออกแบบร้านอย่างมีศิลปะเข้ามาผสมผสานด้วย...