วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บ้าน๑๐๐๐ ไม้ Cafe&farm

บ้าน๑๐๐๐ไม้ คาเฟ+ฟาร์ม ร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอสามโคก
 ร้านกาแฟชิคๆที่มีความน่ารักบวกด้วยการออกแบบร้านอย่างมีศิลปะเข้ามาผสมผสานด้วยเจ้าของร้านอย่างพี่โก้..เป็นนักจัดสวนมืออาชีพจึงทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้มีเสน่ห์มากๆ...


เดินเข้ามาถึงเจอกระบะทรายถูกใจแม่อย่างมาก
มุมนี้แม่ชอบ  เด็ก ๆ เห็นวิ่งเข้าใส่เลยค่ะ แนะนำคุณแม่เอาชุดมาเปลี่ยนด้วยก็ดีค่ะ 


มุมทำไข่เค็ม


มุมทำไข่เค็มจากดินสอพอง.. ให้เด็กๆ ได้ทดลองทำไข่เค็มด้วยตนเอง น่าสนุกและเด็ก ๆ คงภูมิใจที่ได้ลงมือทำเอง


มุมปลูกผักจากแก้วกาแฟที่เราไม่ใช้แล้ว
ชวนน้องหนูๆ มาปลูกผักค่ะ 

มีแปลงนาสาธิตน่ารักๆเดินบนสะพานไม้
มุมปลูกผัก 


สะพานไม้ก็มีนะ หุ่นไล่กา หาดูยาก ก็มีให้ดูด้วย 

ยิ่งเดินไปเรื่อยๆเราจะพบความน่ารักของเจ้าของที่ใส่ไอเดียการออกแบบลงไป...คือมันมีความรักซ่อนตัวอยู่ทุกองค์ประกอบของการตกแต่ง...การใช้สังกระสีเก่า การออกแบบซุ้มที่นั่งทรงแปดเหลี่ยมเก๋และได้ไอเดียมากๆ. แม้แต่มุมทิ้งขยะมีการคัดแยกขยะ..คือใส่ใจในรายละเอียด...


ถังขยะแยกขยะพลาสติกกับกระดาษ ไอเดียรักษ์โลก

อยากให้ลองไปดู..รูปลงให้ไม่หมด..อยากให้ไปเที่ยวและสัมผัสเอง..

ว่าความรักที่เจ้าของเค้าลงมือทำเอง
มันสะท้อนความสุขมาให้เราสัมผัสได้มากน้อยแค่ไหน...
ขอบคุณสายเกษตรที่ทำให้เราได้มาเรียนรู้ความสุขที่พอดีของเจ้าของร้าน๑๐๐๐ไม้สามโคกปทุมธานี
แม่ข้าวสวย..ชอบและมีความสุขมากคะ ขอบคุณเจ้าของบ้าน๑๐๐๐ ไม้cafe&farm ที่สร้างสรรค์ความสุขแบบพอดีให้เราได้สัมผัส ...เราสัมผัสได้จริงๆคะว่า ที่นี่ทำด้วยความรักจริง มีความสุขที่ได้มองสีเขียว มีความสุขที่ได้เห็นไอเดียในการออกแบบ มีความสุขแบบพอดี ในความเป็นธรรมชาติรอบๆ ชุมชน ยังมีความเป็นธรรมชาติที่เราได้พบเห็น ยังมีร่องรอยของความที่ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมาก แต่ก็สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศริมคลองใต้ต้นก้ามปู มีลมจากเย็นจากธรรมชาติกระทบมา มีเรือพายเก็บผักบุ้งจากชาวบ้าน ยังมีหอยมีปูปลา แบบธรรมชาติจัดสรรให้เราได้ใช้ใจสัมผัส..
บ้าน๑๐๐๐ไม้cafe & farm ตั้งอยู่ที่ สามโคก ปทุมธานี เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ 
ความสุขที่สัมผัสได้ ลองไปเหอะแล้วจะหลงรัก
เขียนและเรียบเรียงโดย แม่ข้าวสวย
ภาพถ่ายจากแม่ข้าวสวย
งานรีวิวร้านกาแฟ

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปลูกเห็ดเยื่อไผ่ ว่าที่เห็ดเศรษฐกิจตัวใหม่

เมื่อวานไปเรียนทฤษฏีคร่าวมา
#เกี่ยวกับการปลูกเห็ดเยื่อไผ่
ซึ่งหลายคนทายกันมาว่าเห็ดเปาฮื้อซึ่งก็คล้ายจริงๆ
ในภาพแรกคือภาพเห็ดยังไม่บาน แต่พอถึงเวลาบาน ก็ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 2 ชั่งโมง ก็จะมีกระโปรง หรือร่างแหออกมา ซึ่งเห็ดชนิดนี้บางทีก็เรียกว่า เห็ดร่างแห ได้อีกเช่นกัน
เราจะคุ้น ๆ ถ้าบอกอยู่ในต้มจืดเยื่อไผ่ ซึ่งประเทศไทยเรานำเข้ามาจากจีนปีนึงไม่น้อยเลยนะ จากข้อมูลคร่าว แต่โชคดีที่คนไทยเก่ง ประยุกต์การปลูกเห็ดชนิดนี้สำเร็จแล้ว ที่สำคัญมันปลูกไม่ยากเลย ขั้นตอนสำคัญคือ รักษาอุณภูมิความชื้น ให้กับเห็ด กับรักษาดินที่จะปลูกให้ค่อนข้างปลอดภัยจากเคมี เพราะเห็ดจะดูดอาหารขึ้นมาหล่อเลี้ยงดอกเห็ด ฉนั้น สิ่งที่สำคัญของปลูกเห็ดชนิดนี้ คือ ดินจะต้องปลอดสารเคมี
เมื่อวานได้ลงเรียนทฤษฏีการปลูกเห็ดชนิดนี้แล้วชอบอะ
รู้สึกหลงรักการปลูกเห็ด อยากไปเรียนจริงจังขึ้นมาเลย
ประโยชน์จากเห็ดชนิดนี้ก็มีมากมาย ยิ่งนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางค์ ซึ่งมีสารชนิดหนึ่งคือ Dictyophorines A and ฺB และ มีกรดไฮยาลูรอนิค วิตามินอี บำรุงผิว อีกทั้งพบว่าเห็ดชนิดนี้มีคุณค่าและโภชนาการสูง โดยมีโปรตีนร้อยละ 2 ไขมัร้อยละ 4-5 และมีกรดอะมิโนมากกว่า 14 ชนิด มีค่้าโปรดตีนค่อนข้างสูง สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้ มีสารต้านอนุอิสระ สามาาถป้องกันหรือชะลอการเกิดกระบวนการออกซิเดชั่น ได้หลายรูปแบบ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรัง เช่นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมองเป็นต้น
ข้อมูลคร่าว ๆ จากการอบรม...เพื่อนๆ สามารถหาอ่านเพิ่มเติม
แต่ที่แน่ ๆ เราหลงรักเห็ดชนิดนี้ขึ้นมา...
พรุ่งนี้แม่ข้าวสวยจะไปปลูกเห็ดเยื่อไผ่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ เอาไว้มาทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้ครอบครัวทาน
#หลงรักเห็ดเยื่อไผ่
เขียนและเรียบเรียงโดย แม่ข้าวสวย คุณแม่หัวใจเกษตร
ขอบคุณภาพจาก internet

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561

สมัครยังสมาทฟาร์เมอร์

วันนี้ส่งท้ายกับ คนรุ่นใหม่ ถ้าอายุไม่เกิน 45 แนะนำให้สมัคร  ยังสมาทร์ ฟาร์เมอร์
เริ่มสมัครได้ตั้งแต่อายุ 17 ปีขึ้นไป
อย่างแม่ข้าวสวยก็เป็น สมาชิกของ Young smart farmer เช่นเดียวกัน
สมัครแล้วได้อะไร
หนึ่งเลย เราได้เครือข่าย ได้เพื่อน ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆในการทำการเกษตร คือบางทีเราเก่งแบบนี้แล้ว เราไปดูคนที่เขาเก่งกว่าเรา เราก็ได้นำเอาความรู้มาปรับใช้

นอกเหนือจากเพื่อนใหม่ที่เราได้รู้จัก และความรู้ เทคนิคการทำเกษตรที่ช่วยลดต้นทุน  คือบางทีรายได้ไม่ได้มาจากยอดขายทั้งหมด แต่การควบคุณต้นทุนที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ทำให้เรามีรายได้มากขึ้น

การได้มีเครือข่าย ดียังไง  สินค้าบางทีก็มีการซื้อกันในกลุ่ม มีการช่วยเหลือกัน

ปัจจุบันมีร้านเครือข่าย ที่ตลาด อตก. กรุงเทพ มีรถขนสินค้าเข้ามาฝากขาย..
มีการออกบูชประจำ แต่ละเขต อย่างบ้านแม่ข้าวสวยอยู่ปทุมธานี ก็เขต 1
มีโอกาสไปศึกษาดูงานต่างประเทศ อย่างเพื่อนแม่ข้าวสวยไปมาก็ประเทศญี่ปุ่น ไปแบบฟรี ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร มีการอบรมดูงานทั้งในและนอกประเทศบ่อย ที่สำคัญเราได้ความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เรี่ยกว่าเราได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเสริมอาชีพของเรา

แม่ข้าวสวยจะบอก ว่า พลังของเครือข่ายนั้นดีมาก ดียังไง คือ บางทีเราขายคนเดียว ถ้ามี Order มาเป็นสิบ ๆ ตันแบบนี้ เราคนเดียวก็มีไม่เพียงพอ แต่ถ้าเรารวมกลุ่มกัน  มีOrder เราก็ขายแบบรวมกลุ่มกัน  พลังของเครือข่ายยังดีอีกข้อ คือ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สมัครที่ไหน : สำหรับเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ หรือใครมีลูกหลาน แนะนำให้เข้ามาเรียนรู้เถอะค่ะ แม่ข้าวสวยเข้ามาโครงการนี้ บอกเลยว่าดีจริง ๆ เห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานภาคเกษตรแล้วเยอะจริง ๆ ค่ะ แล้วแต่ละคนก็เก่ง ๆ กันทั้งนั้น อย่างตัวแม่ข้าวสวยบอกเลยค่ะ ว่าทำอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มีความสุขมาก แม่ข้าวสวยเคยทำงานบริษัท ทั้งไทย ทั้งต่างชาติมา เหนื่อย และไม่ค่อยมีความสุข แต่มาทำงานกับนาข้าว กับต้นไม้ เป็นอะไรที่มีความสุขมากค่ะ  เราได้ทั้งเพื่อน และประสบการณ์ ซึ่งเป็นอะไรที่ข้างนอกคงหาไม่ได้ ถ้าไม่ได้เข้ามา ฝากบอกลูกหลานชาวเกษตรค่ะ ว่าโครงการนี้ดีจริง ไม่เชื่อต้องลองดู 
 สมัครได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือ สำนักเกษตรจังหวัดที่ท่านอยู่ นะค่ะ มีทั่วประเทศ จะเปิดเพียงปีละครั้ง
วันนี


ฝากติดตามกันต่อไปนะค่ะ

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ปลูกเห็ดแค่ 7 วันก็ขายได้แล้ว (เห็ดเจ็ดวัน)

ช่วงนี้หนาวแล้ว มาปลูกเห็ดโคนน้อยไว้กินกัน

ก่อนอื่นมารู้จักเจ้าเห็ดโคนน้อยกันดีกว่า
ห็ดโคนน้อย (เห็ดเจ็ดวัน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โคไพรนัส ไฟมิทาเรียส (Coprinus fimetarrius) จัดอยู่ใน ตระกูลเห็ด (Basidiomycetes) ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป มีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ เช่น เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลืองหรือ เห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม เห็ดปลวกน้อย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)เห็ดโคนเพาะ เห็ดโคนน้อย เห็ดหมึก (ภาคกลาง) เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย

บางคนเรียกเห็ดเจ็ดวัน ก็ปลูกแค่เจ็ดวันก็ได้กินแล้ว
แถมปลูกง่าย ไม่ต้องมี โรงเรือนก็ปลูกได้
เรียกว่า อยู่บ้าน อยู่คอนโด อยากปลูกเห็นปลอดสารพิษไว้กินเอง ก็สบายมาก
วันนี้ได้สืบสาวราวเรื่องกับคุณ กุ๊กไก่ เกษตรกรผู้ปลูกเห็ดโคน
เธอได้เล่าว่า ปลูกไม่กี่วันก็เก็บเห็ดออกรับประทานได้ หรือถ้าปลูกจำนวนมากก็เก็บขายได้ราคาดี

สอบถามราคามา ราคาตลาดขายกันอยู่ 150- 200 บาท ต่อ กิโลกรัม ว้าว ๆ เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับ
การปลูกเห็ดโคนน้อยให้เป็นอาชีพเสริมกันได้ทีเดียวสำหรับเกษตรกร ที่ริเริ่มอยากลองปลูกเห็ดจำหน่าย
หรือ ผู้บริโภคอย่างเรา ไม่ต้องถึงกับปลูกขาย แต่ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือน ก็ทำได้ง่าย ๆ 


วิธีการปลูกเห็ดโคน 

ได้ก้อนเชื้อที่ได้มาจากฟาร์ม
สังเกตได้ว่ามีเชื้อเห็ดโคน ก็คือสีขาวนั่นแหละ
ดึงยางและกระดาษออกที่ปิดปากถุงไว้
ใช้ช้อนสะอาด เขี่ยเมล็ดข้าวฟ่างออก เพื่อป้องกันราเขียวขึ้นในอนาคต


ดึงปากถุงขึ้น
แล้วก็ดึงพลาสติกที่คอขวดออก
จากนั้น พับปากถุงลงเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
จากนั้นนำไปสั่งภาชนะที่ปิดไว้ อาจเป็นกล่องหรือตระกร้าก็ได้นะ

จากภาพหาอะไรทีทึบแสงและปิดสนิท มาคลุมไว้  รดน้ำทุกวัน ไม่ชื้นเกินไป
รออีกเจ็ดวัน เด็ดไปกินได้เลยจร้า
เห็นมั๊ย เห็ดเจ็ดวัน หรือเห็นโคนน้อย ปลูกง่าย ไม่ยุ่งยาก
จะปลูกขายหรือปลูกจำหน่ายก็เข้าท่าดี




ใช้เวลาปลูกไม่นานก็สามารถเด็ดดอกรับประทานได้ เหลือก็นำมาจำหน่ายแจก แบบนี้สิเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มต้นปลูกเห็นโคนกันนะ..
ใครปลูกแล้ว เอารูปมาอวดกันบ้างละ่



ขอบคุณข้อมูลจากเกษตรกรผู้เพราะเห็ดโคนขาย


เรียบเรียงข้อมูลโดย คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง
คุณแม่ลูกหนึ่งที่นิยมชมชอบกับการเขียน
แม่ข้าวสวย

วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ท่องเที่ยววิถีชุมชนกับเรา Rice Cultivation

หลังจากที่เราได้วางแผนการโยกกล้ากันไปแล้ว
เราก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่พวกเราได้วางแผน 
นั่นก็คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม

วันนี้หลายคน หรือเด็กรุ่นใหม่ อาจยังไม่เห็น
วิธีการทำนาในสมัยก่อน หรือสมัยนี้ก็ตาม
เขาทำกันยังไงนะ แต่ละขั้นตอน มีขั้นตอนอะไรบ้าง
แล้วช่วงเวลาว่าง ๆ เกษตรกรทำอะไรกันบ้าง

จึงเป็นที่มาของการท่องเที่ยววิถีชุมชนของชาวนา 
ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม  ที่ได้มาเห็นวิถีชีวิตของชาวนา
การทำเทือก การไถดะ การเพราะปลูกนาข้าว การโยน การดำนา
หรือแม้แต่การเก็บเกี่ยวผลิตทางการเกษตร หรือภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า 

 (Rice Cultivation)   วันนี้เราเลยนำภาพและกิจกรรมมาฝาก หลังจากที่เราได้
จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปแล้ว ครั้งที่ผ่านมา
ซึ่งก็เป็นที่สนุกสนานเราและลูกค้า ได้มาเรียนรู้วิถีการทำนาโยนครั้งแรกที่บ้านเรา
และเป็นครั้งแรกของหลายคนที่ได้ลงไปทำนากับชาวนาตัวจริง
ได้เรียนรู้ พูดคุยกับชาวนา ได้เห็นการทำนา แบบ หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน 
แดดร้อน เปรีี้ยง ๆ กลางนา เห็นแล้ว ทำให้เรารู้คุณค่าของชาวนาเลยค่ะ
กว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดนั้น ยากลำบากมาก...แบบนี้ถ้าลูกโตขึ้น
ก็อยากสอนให้ลูกได้เห็นคุณค่าของชาวนา และ เมล็ดข้าวที่กว่าจะได้มา
นั้นยากลำบากมาก ต้องฝ่าฝน ฝ่าแดด มา..ฉนั้นอาชีพชาวนา เราต้องยกย่องและเชิดชูไว้เลย 
เหมือนที่เขาบอก ชาวนา คือ กระดูกสันหลังของชาติ ...อันนี้แม่ข้าวสวยเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ

เกริ่นมาตั้งนาน..ไปดูภาพกิจกรรมที่เราได้เก็บภาพมาฝากกันนะค่ะ
จากเมล็ดข้าว สู่ต้นกล้านาโยน 

เพราะมากล้ามา 10 กว่าวัน จนมาถึงวันนี้ วันที่ต้นกล้าข้าวจะได้กระโดดลงนา เอ้ยไม่ใช่                    โยนลงในปลงนา


ช่วยกันขนลง เตรียมแปลงกันแดดร้อนจร้าแบบนี้เลย

กล้าข้าวพร้อมโยนแล้วจร้า

หนูขาเรียวสวยมั๊ยค่ะ 

เอ้าหนึ่งสองสาม โยน

น้าที่ทำนา บอกเรา ว่า ดึงออกมาจาก ประมาณนี้ แล้ว สะบัดข้อมือ โยนให้สูง ๆ ไปด้านหน้า ต้นกล้าข้าว จะดิ่งลงนาเอง 

ฟิ้วๆๆ เหมือนเครื่องบินไอพ่นเลยนะ

ลูกค้าเราใจกล้า บุกเดี่ยว กลางนา

เก็บภาพไว้ค่ะ นาข้าวของแตน
แชะ ข้าวกับหนูใครสวยกว่ากันค่ะ 
เสร็จแล้วปักจองใครเป็นเจ้าของนากันบ้าง 

ขอบคุณลูกค้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โยนรักลงแปลงนานะค่ะ

สำหรับกิจกรรมรอบต่อไป จะเป็นกิจกรรมอะไร
โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารกันได้นะค่ะ
แล้วแม่ข้าวสวย ชาวนารุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ หัวใจเกษตรพอเพียง
จะมาส่งข้อมูลข่าวสาร และอัพเดทกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบนี้ให้กับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยว วิถีชุมชมเกษตร
ส่วนใครที่สนใจอยากมาร่วมกิจกรรม โยนกล้า กับเราอีก
ติดตามแม่ข้าวสวย ได้ที่ Facebook  Sirion bunsiri
 จะลงข้อมูลไว้ให้เป็นระยะนะค่ะ

วันนี้..ต้องกล่าวขอบคุณและสวัสดีจร้า
แม่ข้าวสวย คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับเกษตรคนรุ่นใหม่ ได้ที่นี่ นะค่ะ
Yongfarmer.blogsport.com


วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ขั้นตอนการทำนาโยน ครั้งแรกบ้านเรา


ปรกติบ้านเราจะทำนา ก็จะหว่านบ้าง ดำบ้าง และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะทำนาโยนกัน
ตามที่ศึกษาขอมูลมา ก็จะมีขั้นตอนดังนี้

.วางแผนการเพราะกล้าข้าว เนื่องจากเราจะโยนในวันที่ 25 นี้ 
การเพราะกล้าข้าวก็ทำต้องก่อน 10-15 วันก่อนการไปโยน

1 เตรียมพื้นที่สำหรับวางถาดก่อน บ้านเราทำนารอบนี้ 2 ไร่ สำหรับพื้นที่นาโยน เป็นแปลงทดลองดูก่อน ซึ่งพื้นที่ที่วางถาดนี้สำคัญมาก เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมดา แต่พื้นที่ไม่เท่ากัน ก็มีผลต่อการงอกของเมล็ดข้าว ดังนั้น พื้นที่ในการวางถาดสำคัญมาก วันนี้บ้านเราทำนา 2 ไร่  ใช้ถาด 200 ถาด  ใช้เมล็ดพันธ์เพียง 7 กิโลกรัม เท่ากับ นาหนึ่งไร่ เราใช้เมล็ดพันธ์เพียง 3 กิโลกว่า ๆ เท่านั้นเอง


2 นำดินที่ร่อนมาก่อนหน้านี้ มาโรยลงในถาดข้าว ใช้มือในการโปรยหว่าน ให้เกือบเต็มถาด  การนำดินลงไปในถาด เมื่อเตรียมดินที่ร่อนแล้วใส่ในถาด แล้วปาดให้หน้าให้เสมอกัน


3. การหยอดข้าวมีสองวิธี คือ หยอดแบบแห้ง กับหยอดแบบข้าวแช่น้ำ ถ้าหยอดแบบแห้ง เราก็สามารถหยอดได้เลย หลังจากที่เราได้โปรยดินลงไปถาดแล้ว วิธีการหยอด ก็เหมือนกับโปรยดิน คือ โปรยจากความสูงระดับที่เรายืนปรกติ โดยโปรยให้ทั่ว ๆ 

 และในกรณีถ้าเราหยอดแบบข้าวแช่น้ำก่อน  


3.1 นำข้าวไปแช่ในน้ำ (แช่ 1 คืน หุ้ม 1 คืน หรือข้าวแห้ง) อัตราประมาณ 3-4 กก.ต่อ 50-60 ถาด (ต่อไร่)เพื่อให้เมล็ดข้าวงอก
3.2 นำถาดพลาสติกมาวางกับพื้นที่ ที่เตรียมไว้ พื้นที่ต้องเสมอกัน โดยวางเป็นแถวตอน 2-4 แผ่น (แล้วแต่ความสะดวกในการปฏิบัติงาน) หว่านดินไปก่อนประมาณ 50-70%  เตรียมดินที่รอ่นแล้ว ใส่ในถาด เพื่อรอเมล็ดที่เราแช่ไว้ เพื่อนำมาหยอด 

3.3 นำเมล็ดข้าวที่แช่แล้ว นำลงมาหยอด  


4. การใช้วัสดุคลุมเพื่อรักษาความชื้น สามารถใช้สแลนดำ ความหนา 60-80 แต่ถ้าให้ดี ก็เป็นกระสอบข้าวที่ไม่ใช้แล้วดังรูปดีที่สุด เพราะการรดน้ำจากสายยางหรือฝักบัว ข้าวที่หว่านแล้วจะได้ไม่กระเด็น  แถมยังรักษาความชื้นได้เป็นอย่างดี





5.การให้น้ำระยะแรก ๆ ต้องให้ฝอยละเอียด ระวังอย่าให้เมล็ดข้าว กระเด็น หรือให้น้ำแบบท่วมพื้นแปลง เพราะน้ำจะซึมเข้าก้นถาดหลุมเอง ให้รักษาความชื้นจนกว่าข้าวงอก หากมีฝนตกให้หาวัสดุหรือกระสอบป่านเก่ามาคลุมจนกว่ารากจะงอก วิธีนี้สามารถเพาะเมล็ดในร่มและย้ายถาดไปที่ที่เตรียมไว้ พอข้าวกล้าอายุ 12-16 วัน สามารถนำไปโยนได้ทันที ความยาวต้นกล้าประมาณ 3-5 นิ้ว ซึ่งก็แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุเพาะ ใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 12-15 ตารางเมตรต่อ 50-60 ถาด หว่านได้ 1 ไร่   วิธีเพาะกล้าแบบแห้งนี้ ได้คิดค้นวิธีหยอดเมล็ดพันธุ์ที่แม่นยำ สามารถควบคุมดินและเมล็ดพันธุ์ตามต้องการได้ เป็นอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดได้ 


รถน้ำให้ชุ่ม ๆ เช้า เย็น  แต่เราโชคดี ช่วงนี้หน้าฝน แทบไม่ต้องรดน้ำเลย ฝนตกทุกวัน



ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ตั้งแต่เพราะกล้ามา รดน้ำแค่ 2 วัน เอง 

นอกนั้น เทวดาเลี้ยง ฝนตกชุ่มฉ่ำทุกวัน 




วันที่สามเปิดดูกล้าเริ่มงอกแล้ว

วันที่ 4 กล้าทะลุกระสอบ 

กล้าข้าวกำลังทะลุกระสอบออกมาดูโลก




วันที่ 5 เปิดกระสอบออก เดี่ยวกล้าจะทะลุกระสอบแล้วดึงข้าวออกไม่ได้ 

ดูจากเปอร์เซนต์การงอก ถือว่า 99'99 % เลยทีเดียว




2.ขั้นตอนการเตรียมแปลง  ก่อน ทำนาให้พักแปลงนาให้แห้งอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ข้าววัชพืชพ้นระยะพักตัว หรือให้เมล็ดข้าววัชพืชที่ร่วงในนาก่อนนี่พร้อมที่จะงอกให้มากที่สุด   บ้านเราแช่น้ำเพื่อย่อยตอซังข้าวด้วย ซึ่งบ้านเราจะไม่เผาฟาง ไม่ควรพ่น สารเคมีกำจัด แต่ให้ไถกลบทุบเป็นปุ๋ยไปเลย... ควรล่อวัชพืชอย่างน้อย 1 ครั้งขึ้นไป   ต่อจากนั้น ให้ไถเตรียมดินเหมือนนาดำ หรือนาหว่านน้ำตมทั่วไป 
แปลงที่ไถและทำเทือกไว้ รอ งานวันโยนกล้า 


3.ขั้นตอนการโยนต้นกล้า ขณะ ที่โยนต้นกล้าในแปลงควรมีน้ำขลุกขลิกเล็กน้อย วิธีโยน ให้เดินถอยหลังโยนกำมือละ 5-15 หลุม โดยตวัดหงายมือโยนต้นข้าวขึ้นสูงกว่าระดับศีรษะ ต้นกล้าจะกระจายตัวพุ่งลงตั้งตรงหรือเอนเล็กน้อย สำหรับถาดเพาะให้วางบนท่อนแขนครั้งละหลาย ๆ แผ่นแล้วแต่จะรับไหว หากเห็นว่าต้นข้าวห่างเกินไปให้โยนเพิ่มเติมได้ วิธีโยนสามารถนำอุปกรณ์คล้ายเรือลงไปในแปลงนาได้ เพื่อให้สามารถใส่ถาดเพาะครั้งละมาก ๆ และสะดวก ในการโยน เกษตรกร 1 คน โยนต้นกล้าได้ 3-5 ไร่/วัน หลังจากหว่าน 1-2 วัน ให้เติมน้ำทันทีและเพิ่มระดับน้ำขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 5-10 เซนติเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพควบคุมข้าววัชพืชและวัชพืชได้ดีมาก
กล้าข้าวหลังจากเพราะมากว่า 10 กว่าวัน กล้าข้าวสวยงามดีมาก

วันนี้มีคนมาช่วยโยนกันเยอะมาก แชะเก็บภาพไว้ซะหน่อย







เริ่มโยนกันแล้ว 

สาว ๆ หนุ่ม โยนกันด้านบน แบบไม่กล้าลงไปในนา

ว้าว ๆ โยนลงไปแล้ว

เด็กนักเรียนมาโยนกล้ากับนาบ้านเรา สนุก ได้เรียนรู้ จนไม่อยากกลับ ตัวดำ แต่ได้ประสบการณ์ 

จะมา Update ภาพกิจกรรมเรื่อยๆ นะค่ะ ใครสนใจร่วมกิจกรรมการโยนนา กับเรา หรือสนใจสอบถามเกี่ยวกับการทำนาโยน หรือสนใจการเรียนรู้กว่าจะมาเป็นข้าว ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ก็เขียนไว้ได้เลยนะค่ะ แม่ข้าวสวย ในฐานะสะใภ้ชาวนา ก็จะเรียนรู้และนำมาความรู้มาเขียนลงเวบจร้า 
แม่ข้าวสวยไม่ใช่ชาวนาตัวจริง อาจจะไม่เก่ง แต่แม่ข้าวสวยก็ศึกษาและเรียนรู้ไปกับชาวนาค่ะ เพราะแม่ข้าวสวยไปขายข้าวเอง สีข้าวเอง แพคข้าวเอง ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการตอบคำถามลูกค้า เลยต้องลงมาทำนาด้วยตัวเองบางส่วน เรียกว่า มาเรียนรู้กับลุง ๆ น้า และก็ชาวนาตัวจริงกันจร้า...
แม่ข้าวสวย สะใภ้ชาวนา คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง หรือสนใจมาเยี่ยมชมแปลงนา ก็สามารถสอบถามกันได้ที่ line id aongor หรือจะสนใจสั่งพันธ์ข้าวเอาไว้ปลูกก็มาซื้อถึงบ้านกันได้ที่ 
41 หมู่ 16 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีนาข้าวและพันธ์ข้าวให้ดูและสอบถามกันได้ตลอดจร้า



เขียนและเล่าเรื่องโดย แม่ข้าวสวย คนรุ่นใหม่หัวใจเกษตรพอเพียง Young smart farmer 58


ขอบคุณที่มาจาก https://sites.google.com

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อากงสอนสวย



รถกระแทะบ้านเรา นอกจากยามเย็น โกวจะขับไปดูนาทุกเย็นแล้ว ในช่วงที่ข้าวเราเติบโต อากงในวัย 74

อากงวัย 74 ปีแล้ว สุขภาพแข็งแรง ออกไปดูนาทุกวัน ในภาพอากงเป็นคนที่ฉีดบิวเวอรี่ด้วยตนเองในนาข้าวไรซ์เบอรี่ 


 ยังออกไปพ่นบิวเวอรี่ด้วยตัวเองทุกครั้ง อากงสวย เป็นคนจีน สมัยก่อนกงเป็นช่างทำทอง 
แต่ด้วยบ้านเรามีพื้นที่ทำนา อากงผันตัวจากช่างทำทอง มาเป็นชาวนา
อากงสอนสวย

อากงบอกว่า ฉันก็ทำไม่เป็น แต่ก็ค่อยลองผิดลองถูกมาทำนาไรซ์เบอรี่ครั้งแรก แรก ก็ไม่รู้จะทำยังไงไปดูเขาทำ แล้วก็มาลองทำดูหลายครั้งที่เราพบกับปัญหาถูกหลองซื้อพันธ์เมล็ดข้าวหมดเงินค่าแรงข้าวดีดีเป็นแสนแสนทั้งข้าวดีด

 ข้าวไม่ดำ หนูบ้าง เพลี้ยงบ้าง ฯลฯ

แต่ไม่ใช่ปัญหาที่อากงท้อ

อากงสอน..เรา 

ภาพชาวนากำลังถอนกล้านาดำ 

ทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา..ฉันไม่เคยท้อเลยฉันสนุกกับมัน...

เมื่อมีปัญหาจะมีทางออกให้เราแก้ไขเสมอ


ผู้มีประสบการณ์เล่าขานเรื่องการดำรงชีวิต ผ่านคำพูด ฉันกับเธอ
ฟังอากงสอนสวย สอนแม่ข้าวสวยด้วยแล้ว...อยากให้มาเจอตัวจริง

อากง ปราชญ์ไรซ์เบอรี่ ตัวจริง เสียงจริง ที่คลองสี่..

อากงกิมหงวน ช่างทองคลองสี่

อากงกับน้องหมวยในรายการ คุยขโมงบ่ายสามโมง ตอนการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่


บ้าน๑๐๐๐ ไม้ Cafe&farm

บ้าน๑๐๐๐ไม้ คาเฟ+ฟาร์ม ร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอสามโคก  ร้านกาแฟชิคๆที่มีความน่ารักบวกด้วยการออกแบบร้านอย่างมีศิลปะเข้ามาผสมผสานด้วย...